จอมมหัศจรรย์ไร้กาลเวลา

ในวัย 33 ปี วัยที่น่าจะ ‘หมดยุค’ ของเลอบรอน เจมส์ไปแล้วหากเทียบกับผู้เล่นที่มีอายุใกล้ ๆ กันกับเขา ซึ่งนั่นมันก็เหมือนเป็นการดูหมิ่น ‘เดอะ คิง’ ว่าเป็นเพียงสตาร์ที่รอการเกษียณเหมือนคนอื่น ๆ เจมส์เจ้าของร่างขนาด 6 ฟุต 8 นั้นคงจะเห็นดีด้วยกับความคิดนี้ แต่ทว่าเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองจะได้ลงเล่นในรายการ NBA กับลูกชายคนโตของเขา ซึ่งเป็นผู้เล่นดาวรุ่งสุดโดดเด่นในระดับมิดเดิลสคูลอย่างเลอบรอน เจมส์ จูเนียร์ กับ เจมส์ จูเนียร์ที่มีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น นั่นหมายถึงเลอบรอน เจมส์ ผู้เป็นพ่อนั้นจะต้องเล่นในลีคต่อไปอีกถึง 6 ปีทีเดียว

แม้อาจจะดูไม่เหมือนกับมนุษย์เดินดินทั่วไป แต่กฎเกณฑ์ของเวลานั้นไม่สามารถทําอะไรเจมส์ได้ แม้กระทั่งกฎทางฟิสิกส์เองก็ยังเป็นไปอย่างที่ใจเขาต้องการทุกคราวที่เขาใช้ท่าประจำตัวอย่างโทมาฮอว์ก เเจมหรือเชสดาวน์บล๊อค แทนที่จะโรยตามกาลเวลา เขากลับยังคงสำแดงฟอร์มสุดมหัศจรรย์ได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเป็นผู้นําในการทำสถิติ 5 รายการในรอบชิงชนะเลิศจนคว้าแชมป์ NBA ครั้งที่สามของเขาในปี 2016 จนกลายเป็นผู้เล่นคนเเรกที่มีค่าเฉลี่ยในการทําทริปเปิลดับเบิลในรอบชิงชนะเลิศถึงเเม้ว่าจะเเพ้โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์สในปี2017

ระหว่างนั้น เจมส์ได้พัฒนาฝีมือในการเล่นของเขาในรูปเเบบที่นำสมัยอีกด้วย แทนที่จะปรับรูปแบบการเล่นตามสภาพร่างกายตามวัย เขากลับเพิ่มความเฉียบขาดลงไปในการเล่นลงไปในแต่ละฤดูกาล ตั้งแต่การกระโดดทำคะแนนไปถึงเล่นประจำตำแหน่ง ในขณะเดียวกัน เขาได้ทําการดูแลรักษาสภาพร่างกายหลากหลายวิธีในขณะเดียวกับการสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เล่นที่มีความสมบูรณ์แบบในเกมการแข่งขันยุคปัจจุบัน

ม่านอาชีพที่ยังไม่ปิดฉากของนักกีฬาบาสเกตบอลที่มีพรสวรรค์ที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมานั้นทำให้เลอบรอน เจมส์ยังคงเป็นผู้นิยามความหมายของคําว่าซูเปอร์สตาร์จอมเก๋าแห่งวงการ NBA อย่างแท้จริง อาจดูไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถยืดเวลาในการลงสนามออกไปอย่างไม่มีสิ้นสุด แต่ก็คงมีไม่น้อยที่คิดเดิมพันว่าเลอบรอน เจมส์ซีเนียร์เเละจูเนียร์จะย่างเท้าลงสู่สนาม NBA ด้วยกันได้