จาก จอร์แดน ถึง เลบรอน เจมส์ เกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้เล่นฝันเป็นเจ้าของทีม

แบรนด์จอร์แดนในแง่ผลิตภัณฑ์กีฬาและแฟชั่นประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จอร์แดนได้รับประโยชน์จากสัญญาที่เขาเซ็นกับบริษัทไนกี้อย่างมหาศาล และนำมาต่อยอดในการทำธุรกิจ จอร์แดนกลายมาเป็นเจ้าของทีมเอ็นบีเอในภายหลัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้เล่นอย่างเลบรอน เจมส์ ก็ตกเป็นข่าวว่าเล็งแปลงสภาพตัวเองเป็นเจ้าของทีมในเอ็นบีเอด้วยในอนาคตโอกาสนี้น่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ จากที่มีรายงานข่าวจากสื่ออเมริกันว่า เลบรอนเริ่มวางแผนเอาไว้ว่าจะดึงใครมาทำงานร่วมกับเขาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเพื่อนทั้งที่เคยร่วมทีม และเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่หากไม่ใช่ผู้เล่นระดับดาวดังหรือบุคคลระดับท็อปแล้ว การเป็นเจ้าของทีมเอ็นบีเอเป็นเรื่องยากแค่ไหนกันจอร์แดนเข้าลงทุนกับทีมชาร์ล็อตต์ บ็อบแคทส์ (ภายหลังรีแบรนด์เป็นชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ในปี 2014) และถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของทีมในทุกวันนี้ การลงทุนของจอร์แดนออกดอกออกผลอย่างน่าเหลือเชื่อ จากที่ลงทุนรวมแล้วไม่น่าจะเกินหลัก 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมทั้งการซื้อหุ้นส่วนหนึ่ง ดูแลหนี้ของทีม และเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่) ขณะที่มูลค่าของทีมจากการประเมินของนิตยสารฟอร์บสเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ทีมมีมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น4 เท่าเลยทีเดียวหลังจากทีมอยู่ในมือของจอร์แดน ผลงานของฮอร์เน็ตส์อาจยังไปไม่ถึงฝัน รอบเพลย์ออฟก็ไม่ค่อยได้สัมผัสนัก แต่ดูเหมือนว่าการลงทุนของจอร์แดนจะส่งผลดีต่อสภาพการเงินของแชมป์เอ็นบีเอ 6 สมัย นิตยสารฟอร์บสประเมินมูลค่าทรัพย์สินของไมเคิล จอร์แดน มีมูลค่ารวมถึง 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกได้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วมูลค่าทรัพย์สินของจอร์แดนเพิ่มขึ้นปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้เล่นทั่วโลกจะมองจอร์แดนเป็นต้นแบบ ทั้งสำหรับความสำเร็จในสนามจนถึงการทำธุรกิจนอกสนามในแง่ส่วนบุคคล ส่วนทีมฮอร์เน็ตส์เองก็อาจต้องการยกระดับสภาพการเงินให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยพวกเขาได้อานิสงส์จากโครงสร้างระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ในทีมที่ดี ทำให้หมุนเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐมาให้ไมเคิล จอร์แดน ในแต่ละปีเพื่อช่วยทำทีมอย่างไรก็ตาม เมื่อหันไปดูโอกาสของอดีตผู้เล่นเอ็นบีเอที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของ หรือแม้แต่ในแง่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเทียบเท่าดาวดังอย่างจอร์แดนก็แทบไม่มีเท่าไหร่นัก อย่างมากก็แค่ถือหุ้นเล็กน้อยในทีมเอ็นบีเอไบรอัน วินด์ฮอร์สต์ คอลัมนิสต์ในเว็บไซต์อีเอสพีเอ็น ฉายภาพสภาพธุรกิจบนหอคอยว่า สภาพธุรกิจในเอ็นบีเอค่อนข้างสดใส แนวโน้มทิศทางในอนาคตก็เปิดกว้าง บรรดาผู้ถือหุ้นทีมในเอ็นบีเอก็เริ่มหลากหลายมากขึ้น มีทั้งผู้หญิงและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองหาเจ้าของทีมที่เป็นลักษณะเดียวกับจอร์แดน หรืออดีตผู้เล่นแล้วอาจยกนิ้วขึ้นมานับได้ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่เลิกเล่นแล้ว ไม่หันไปทำงานในแวดวงธุรกิจ ต่อยอดจากทุนที่ได้มาในช่วงนักกีฬาอาชีพก็มักมาเป็นโค้ชเลบรอน เจมส์ เป็นผู้เล่นส่วนน้อยมากที่เผยแผนในอนาคตอย่างชัดเจนว่าสนใจและเริ่มเล็งลู่ทางไปสู่สถานะเจ้าของทีมแบบไมเคิล จอร์แดนเลบรอน เจมส์ มีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถ้ายังจำกันได้เลบรอน เจมส์ ก็เป็นเจ้าของทีมกีฬาอยู่แล้วในปัจจุบัน จากที่บริษัทด้านการตลาดที่เจมส์เป็นเจ้าของจับมือกับบริษัทเฟนเวย์ สปอร์ต พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ถือครองหุ้นของลิเวอร์พูลส่วนเจมส์ถือหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล 2 เปอร์เซ็นต์จากดีลเมื่อปี 2011 หากอ้างอิงตัวเลขจากสื่อวงในอเมริกันเกม มูลค่าหุ้นที่เลบรอนถืออยู่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาสู่มูลค่า 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2018เมื่อดูตัวเลขรายได้จากสัญญาการเล่นกับแอลเอ เลเกอร์ส เมื่อหมดสัญญา 4 ปีเจมส์จะได้เงินรวมแล้ว 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมกับตัวเลขเงินจากสัญญากับผู้สนับสนุนต่าง ๆ และรายได้จากธุรกิจด้านอาหาร สื่อ และการตลาดแล้ว ตอนนี้เจมส์ใกล้เคียงกับมหาเศรษฐีพันล้าน และขั้นตอนไปสู่การถือครองทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ อาจเริ่มต้นด้วยการซื้อหุ้นส่วนน้อยของทีมก่อนเริ่มไต่ระดับเช่นเดียวกับดีลในสโมสรกีฬาหลายแห่งเริ่มต้นขึ้น องค์ประกอบอย่างพันธมิตรและจังหวะที่เหมาะสมเส้นทางไปสู่สถานะเจ้าของทีมในเอ็นบีเอสำหรับเลบรอน เจมส์ อาจไม่น่าเป็นห่วง เขามีแววจะเป็นอีกหนึ่ง “ไมเคิล จอร์แดน” ในโลกธุรกิจกีฬาได้เช่นเดียวกับที่แฟนมักเทียบฝีมือการเล่นในสนามระหว่างผู้เล่นสองยุค แต่สำหรับผู้เล่นระดับอื่นที่สถานะต่าง ๆ รองลงมา อาจเป็นอีกเรื่องที่น่าคิดต่อว่า กำแพงที่กั้นพวกเขาไปสู่เก้าอี้เจ้าของทีมคืออะไรบ้าง อาจเป็นเรื่องยุ่งยากทางการเงิน หรือการรับมือกับผู้เล่นที่น่าปวดหัวจากผู้เล่นเหมือนเช่นเจ้าของตอนที่พวกเขายังเล่นอยู่หรือเปล่า