ประวัติตำนาน LeBrone James

เลอบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอลระดับตำนานของ NBA ซึ่งถ้าเป็นแฟนบาสเก็ตบอล ถ้าเอ่ยชื่อเลอบรอน คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา ดังนั้นเราจึงขอพาทุกท่านไปรู้จักกับเขาให้ดียิ่งขึ้นกันค่ะ

เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) เกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ที่เมือง Akron ในรัฐโอไฮโอ เป็นนักบาสเกตบอลในลีก NBAของทีม ‘ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส’

เจมส์เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถที่หลากหลายคนหนึ่งใน NBA มีความสูง 6 ฟุต 8 นิ้ว 203 เซนติเมตร น้ำหนัก 252 ปอนด์ (เมื่อตอนดราฟคัดตัว น้ำหนักหนัก 245 ปอนด์) ถึงแม้ว่าจะเล่นในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดเป็นหลัก เจมส์จึงสามารถเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ด และชู้ตติ้งการ์ดได้อีก เจมส์มีสายตาว่องไวที่ดีและมีทักษะในการส่งลูกได้ดีมากอีกด้วย แม้กระทั่งการแย่งลูกให้ผู้เล่นอื่นได้เล่นจึงทำให้ผู้คนมักเปรียบเทียบเขากับแมจิก จอห์นสัน และได้เปรียบเทียบทักษะทางด้านกีฬาและความสามารถในการทำคะแนนกับไมเคิล จอร์แดน ถึงแม้ว่าเขาจะยังอายุน้อย แต่ในหลาย ๆ คนก็คาดเดาเขาว่าจะกลายเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล

ในระดับไฮสกูล

เจมส์เล่นบาสเกตบอลในระดับไฮสกูล (สหรัฐอเมริกา) ที่ St. Vincent-St. Mary High School หรือIRISH ในเมืองAkron โอไฮโอ โดยเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ในปีนั้นทีมได้ทำสถิติชนะรวด 27 นัดโดยไม่แพ้เลย และได้เป็นแชมป์ของรัฐ ปีต่อมาเขาทำได้เฉลี่ย 27.8 แต้ม 7.5 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และ 4 สตีล ได้แชมป์ไปอีกสมัย และก็ยังได้ถูกเลือกเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่ง “Mr. Basketball” ของรัฐโอไฮโอ และ “All-USA First Team” ของหนังสือพิมพ์ USA Today

กระทั่งปีที่สามถึงแม้ว่าเจมส์ทำได้ 29.7 คะแนน และ 8.4 รีบาวด์ และได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball และ All-USA First Team อีกครั้ง และในช่วงนี้เจมส์ยังได้รับฉายาว่า คิงเจมส์ แต่ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ซึ่งเจมส์ได้พยายามขอเข้าดราฟในเอ็นบีเอแต่ก็ได้ถูกปฏิเสธเนื่องจากกฎที่ว่าผู้เล่นต้องจบไฮสกูลถึงจะทำการคัดตัวได้ การเรียกร้องได้ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก เจมส์ได้ปรากฏบนนิตยสารหลายฉบับ และมีบุคคลมีชื่อหลายๆคนเข้าชมเกมที่เขาเล่น และหลายเกมก็ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีนั้นทีมไฮสกูลของเจมส์ก็ได้แชมป์อีกครั้ง เขาได้เข้าร่วมเล่นในเกมออลสตาร์ต่าง ๆ และได้รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า นอกเหนือจาก Mr. Basketball และ All-USA First Team

ในระดับเอ็นบีเอ

เจมส์ ได้ถูกคัดเลือกเป็นคนแรกในการดราฟ ปี พ.ศ. 2546 โดยทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ เขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและได้เซ็นสัญญารองเท้ากับไนกี ที่มีมูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะเล่นในเอ็นบีเอเกมแรกด้วยซ้ำ และเขาก็ไม่ทำให้แฟนผิดหวังเมื่อทำคะแนนได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล 20.9 แต้ม 5.4 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และได้รับรางวัลผู้เล่นใหม่ยอดเยี่ยม แต่ทีมก็ไม่ได้เข้าเล่นในเพลย์ออฟ

เลอบรอน เจมส์ เป็นเพื่อนสนิทกับ CARMELO ANTHONY จากทีม เดนเวอร์ นักเก็ต และ DWYANE WADE จากทีม ไมอามี ฮีท ในปี พ.ศ. 2546 ใกล้หมดฤดูกาลเขาเข้าร่วมเล่นในทีมโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จากทักษะเขาที่ได้เรียนรู้ ในฤดูกาลต่อมาเจมส์เป็นคนแรกที่ทำ 10 คะแนน 10 รีบาวด์ และ 10 แอสซิสต์ คือทริปเปิล-ดับเบิล ในเกมที่อายุน้อยที่สุด และทำคะแนน 50 แต้มในเกมเดียวอีกด้วย แต่ทีมคาวาเลียส์ก็ยังเข้ารอบเพลย์ออฟไม่ได้

ต่อมาในฤดูกาล 2005-2006 คาวาเลียส์ได้ผู้เล่นใหม่มาเสริมทีมคือ ลาร์รี ฮิวส์ แฟนและนักข่าวต่างหวังว่าเจมส์จะสามารถนำทีมเข้าเพลย์ออฟได้ในปีนี้ จนกระทั่งในฤดูกาล 2009-2010ทีมคาวาเลียส์มีลุ้นได้แชมป์ NBA PLAYOFF 2010 ซึ่งมีตัวเก่งอย่าง FORWARDอย่าง เจเจฮิกสัน PG mo wililem แต่สุดท้ายก็ได้แพ้ให้กับคู่ปรับร่วมสายอย่าง บอสตันเซลติก ฤดูกาลอีกครั้ง 2010- 2011 เลอบรอน เจมส์ หมดสัญญากับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ และได้เซ็นสัญญา 6 ปีกับทีม Miami Heat เช่นเดียวกับ Dwyane Wade และ Chris Bosh

ชายผู้ได้รับฉายา “King of NBA” แห่งยุคปัจจุบัน

ในปี ค.ศ 1984 ที่เมือง Akron ในรัฐ Ohio ซึ่งเป็นปีเกิดของ เลบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอล ที่ได้รับฉายาว่า King Of NBA ในยุคปัจจุบัน เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน และเติบโตมาด้วยความยากลำบาก มีแม่ และพี่ชายเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว และเพราะความยากจนในวัยเด็ก ทำให้เขาต้องไปอาศัยตามบ้านเพื่อนเป็นประจำ หลังจากนั้นไม่นานเขาได้รู้จักกับ Frankie Walker ซึ่งเป็นโค้ชบาสเก็ตบอลคนแรกของเขา Frankie ให้ เจมส์ ย้ายเข้ามาอยู่บ้านร่วมกับลูกชายของเขา เพื่อฝึกสอนทักษะบาสเก็ตบอล และระเบียบวินัยการใช้ชีวิต

เลบรอน เจมส์ เข้าสู่วงการ NBA ด้วยการเป็นดราท์ฟอันดับ 1 ซึ่งเขาเป็นเพียงคนที่สองที่มาจากมัธยมแล้วได้รับเลือกเป็นดราฟท์อันดับ 1 ของรุ่น โดยทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ Cleveland Cavaliers ซึ่งเป็นทีมเมืองเกิดของเขา จากการดราท์ฟเข้าร่วมทีม จากที่ผลงานของ คลีฟแลนด์ ซึ่งเคยเป็นทีมแจกแต้ม ก็ดีขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นทีมเพลย์ออฟ และเจมส์เขาคือความหวังของคนทั้งเมือง ต่อมาเขาก็ทำให้ทุกคนในเมือง Cleveland ใจสลาย เมื่อได้ตัดสินใจเป็นฟรีเอเจนต์ และย้ายไปร่วมทีม Miami Heat จนชาวเมืองต่างพากันออกมาเผาเสื้อของเขาและกล่าวว่าเขาเป็นคนทรยศ

นับเป็นการตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้ว เพราะตลอดระยะเวลา 4 ปี กับ ไมอามี่ ฮีต เขาสามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งหมด และได้สองแชมป์ในปี 2012 และ 2013 ช่วงเวลานี้คือช่วงที่ LeBron James ก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของลีคอย่างแท้จริง

หลังจากได้คว้าความสำเร็จกับ ไมอามี่ ฮีต เขาได้เลือกย้ายฟรีเอเจนต์กลับมายังทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ อีกครั้ง พร้อมกับกลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีม แถมนอกจากนี้เขายังได้ช่วยให้ทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ คว้าแชมป์ NBA มาครองได้อีกเช่นกัน เขาทำให้ชาวเมืองให้อภัยที่ เพราะการคว้าแชมป์ NBA ของทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ นั้นเป็นการลบคำสบประมาทของเมืองนี้ ที่ไม่เคยคว้าแชมป์กีฬาอะไรเลยมาตลอด 50 ปีและในฤดูกาลนี้ เลบรอน เจมส์ หลังจากที่เขาเป็น ฟรีเอเจนต์ เขาได้ตัดสินใจ ย้ายไปอยู่กับ ลอสแอนเจลิส เลเกอส์ Los Angeles Lakers เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง หลังจากที่ ลอสแอนเจลิส เลเกอส์ นั้นไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้หลายปีแล้ว ไม่ว่าในอนาคต เจมส์จะพาทีม ลอสแอนเจลิสเลเกอส์ คว้า แชมป์ NBA ได้หรือไม่ เขาก็ยังเป็น King Of NBA ในยุคปัจจุบันอยู่ดีเมื่อมองจากผลงานของเขาที่ผ่านมาเช่นกัน