“เลอบรอน เจมส์” แชมป์ขายรองเท้ายัดห่วง เอ็นบีเอ

ขึ้นชื่อว่า ซูเปอร์สตาร์ แล้วหยิบจับสินค้าอะไรก็สามารถขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่าไปหมด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่บรรดาสินค้าต่างๆ จะทุ่มเงินคว้าตัวพวกเขาไปเป็น พรีเซนเตอร์ ล่าสุด นิตยสาร ฟอร์บส์ ของ สหรัฐฯ จัดอันดับรองเท้า บาสเกตบอล ที่ขายดีที่สุด ปรากฏว่ารองเท้า ไนกี้ รุ่นที่ใช้ เลอบรอน เจมส์ ดาวดังทีม ไมอามี่ ฮีต เป็นพรีเซนเตอร์ มียอดขายมากที่สุด 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา


        เลอบรอน เจมส์ กำลังนำ ไมอามี่ ฮีต ลุ้นคว้าแชมป์ เอ็นบีเอ เป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากที่พวกเขาทำสถิติชนะ 66 นัดในฤดูกาลปกติ ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นอกจากนั้น ในรอบหนึ่งปีที่ผ่าน เจมส์ กลายเป็นนักกีฬายัดห่วง ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด นับตั้งแต่ ไมเคิ่ล จอร์แดน โดยเขานำทีมทำสถิติชนะ 27 นัดติดต่อกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร และมากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของเอ็นบีเอ

        เจมส์ คว้า เอ็มวีพีฤดูกาลปกติไปครองเป็นสมัยที่สี่, ได้เหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สอง และคว้าแชมป์เอ็นบีเอสมัยแรกในชีวิตของเขาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่ายอดขายรองเท้าของเขา จะสูงกว่า โคบี้ ไบรอันท์ ของ แอลเอ เลเกอร์ส ที่ตามมาเป็นอันดับสองถึง 6 เท่า

        ไนกี้ ได้เงินจากการขาย รองเท้า ที่มีลายเซ็นของ เจมส์ ถึง 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9,000 ล้านบาท ในปี 2012 ที่ผ่านมา และรองเท้าของ เจมส์ ขายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2011 ถึง 50 % โดย ไมค์ พาวล์ นักวิเคราะห์ของ สปอร์ตส์วันซอร์ซ  ที่รวบรวมสถิติเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้กล่าวว่า 

        ”รองเท้าของเขายอดเยี่ยมมาก และ เจมส์ มีแต่จะยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น ยิ่งเขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากเท่าใด รองเท้าของเขาก็ยิ่งขายดีมากเท่านั้น”

        รองเท้า ไนกี้ รุ่น เลอบรอน 10 ออกมาเมื่อปีที่แล้ว โดยราคาสูงถึงคู่ละ 300 ดอลลาร์ หรือราว 9,000 บาท โดย ไนกี้ เซ็นสัญญากับ เจมส์ ในปี 2003 ก่อนที่เขาจะเข้ามาเล่นใน เอ็นบีเอ และถูก คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ดราฟต์ตัวเข้ามาร่วมทีมเป็นอันดับหนึ่งเป็นเวลา 7 ปี โดย เจมส์ ได้ค่าเหนื่อย 90 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,700 ล้านบาท ในการเป็น พรีเซนเตอร์ ซึ่งยังถือว่าเป็นสถิติสูงสุดจนถึงทุกวันนี้ และในปี 2010 ไนกี้ ได้ต่อสัญญากับ เจมส์ โดยทำสัญญาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งจะทำให้ เจมส์ ได้รายได้ปีละ 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 600 ล้านบาท
 

        สำหรับ โคบี้ ที่มีรองเท้ารุ่นล่าสุดคือ โคบี้ 8 ขายไป 50 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 ,500  ล้านบาท  ใน สหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว โดย ไบรอันท์ เข้ามาเป็น พรีเซนเตอร์ ให้กับ ไนกี้ ตั้งแต่ปี 2003 หลังจากที่ อดีตการ์ด ออล-สตาร์ 15 สมัย เคยเป็น พรีเซนเตอร์ ให้กับ อาดิดาส มา 6 ปี ซึ่งยอดขายใน สหรัฐฯ ของ โคบี้ ในปี 2012 ตกลง อย่างไรก็ตามสำหรับใน จีน แล้วเขายังเป็นนักยัดห่วงที่ดังที่สุด และยอดขายในตลาด เอเชีย ของเขาก็สูงลิ่ว

        ทางด้าน คาร์เมโล่ แอนโธนี่ ฟอร์เวิร์ด ทีม นิวยอร์ก นิกส์ แชมป์ทำแต้มคนใหม่ของ เอ็นบีเอ ช่วยให้ ยี่ห้อ จอร์แดน ขายไป 40  ล้านดอลลาร์ หรือราว  1, 200  ล้านบาท เฉพาะรุ่น เมโล่ เอ็ม 9 ของเขา โดยนอกจาก แอนโธนี่ แล้ว ยี่ห้อ จอร์แดน ยังมีผู้เล่นดังๆ อย่าง คริส พอล กับ  เบลค กริฟฟิ่น ของ แอลเอ คลิปเปอร์ส และ รัสเซลล์ เวสต์บรูก ของ โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์  

        ไมเคิ่ล จอร์แดน อดีตซูเปอร์สตาร์ทีม ชิคาโก บูลล์ส ที่ทำยี่ห้อ จอร์แดน ร่วมกับ ไนกี้ มียอดขายใน สหรัฐฯ สูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 6 หมื่นล้านบาท ในปี 2012 ที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์ว่า ยอดขายในตลาดโลกของ ยี่ห้อ จอร์แดน เพิ่มขึ้นถึง 25 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2012 ทำให้ จอร์แดน ได้รับส่วนแบ่งตรงนี้ปีละ 60 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,800 ล้านบาท ทั้งที่เขาลงเล่นใน เอ็นบีเอ เกมสุดท้าย ตั้งแต่ปี 2003 

        ไนกี้ ออกรุ่น แอร์ จอร์แดน 28 เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีราคาระหว่าง 130 ถึง 150 ดอลลาร์ หรือราว 3,900 ถึง 4,500 บาท และยี่ห้อ จอร์แดน มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 56 เปอร์เซ็นต์ ในวงการ บาสเกตบอล ขณะที่ ไนกี้ อยู่ที่  37%, อาดิดาส  5%  และ รีบอค 2% เฉพาะตลาดใน สหรัฐฯ

        ทั้งนี้ ดาวเด่นของ อาดิดาส คือ เดอร์ริค โรส การ์ดจ่ายทีม ชิคาโก บูลล์ส ที่เซ็นสัญญา เป็น พรีเซนเตอร์ 13 ปี ในปี 2012 โดยได้เงินไป 185 ล้านดอลลาร์ หรือราว  5,550 ล้านบาท และแม้ว่าฤดูกาลที่ผ่านมา เขาจะไม่ได้ลงสนามเลย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ แต่ยอดขายของเขายังสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ หรือราว  750  ล้านบาท ส่วน รีบอค บริษัทลูกของ อาดิดาส มี จอห์น วอลล์  ดาวรุ่งจาก วอชิงตัน วิซาร์ดส์ ทำยอดขายได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว  150 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังมาก

        ดไวท์ ฮาวเวิร์ด  เซนเตอร์ร่างยักษ์ของ แอลเอ เลเกอร์ส ทำยอดขายให้ อาดิดาส ไปได้แค่  5 ล้านดอลลาร์ หรือราว  150  ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ผู้เล่นตัวใหญ่ ไม่สามารถขายรองเท้าได้ โดย พาวล์ กล่าวว่า เด็กๆ ฝันที่ จะเป็น โคบี้ มากกว่าที่จะเป็น ฮาวเวิร์ด นั่นคือความแตกต่างในเรื่องยอดขายรองเท้า